ทำไมต้องมี ประกันโควิด

เป็นที่รู้กันดีว่าสถานการณ์โรค covid ในปัจจุบันยังไม่ดีขึ้นนะแม่จะมีวัคซีนที่เข้ามาช่วยควบคุมปริมาณการเสียชีวิตของผู้ที่ติดโควิคแต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เสียชีวิตหรือได้รับความเดือดร้อนจากการติดโควิด ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มเกราะป้องกันในการใช้ชีวิตกับปัญหาสุขภาพเหล่านี้เลือกซื้อประกันโควิดไว้จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในชีวิตค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคโควิตของตัวเองและคนที่คุณรักดังนั้นการเลือกซื้อประกันโควิด จึงมีความสำคัญอย่างมากพระพุทธองค์ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกซื้อประกันโควิด ดีหรือไม่ ลองเข้ามาดูเหตุผลที่คุณควรมีประกัน covid ติดไว้เพื่อที่จะช่วยทำให้คุณตัดสินใจและเห็นความสำคัญของรูปแบบประกันโควิด เหล่านี้ได้มากขึ้น

เหตุผลที่ต้องเลือกซื้อประกันโควิด

ปัญหาโรคโควิดสร้างผลกระทบทราบผลเสียและหลายอย่างให้กับคนเราแต่เชื่อยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เห็นความสำคัญของการเลือกซื้อประกัน covid ไว้ดังนั้นในวันนี้ลองเข้ามาดูเหตุผลที่คุณควรเลือกซื้อรูปแบบประกันโควิด ติดตัวไว้เพื่อทำให้คุณตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาโรคโควิตได้มากขึ้นกว่าเดิม

  • การเลือกซื้อประกันโควิดติดไว้จะช่วยทำให้ผู้เอาประกันสามารถมั่นใจได้ว่าหากเกิดผู้เอาประกันติดโรคโควิชเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณมีตัวช่วยในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลค่าใช้จ่ายค่าชดเชยต่างๆจากการติดโควิตเหล่านี้ได้มากขึ้น
  • ผู้เอาประกันจะจ่ายค่าประกันโควิด ได้ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมเนื่องจากรูปแบบประกันโควิด ในปัจจุบันมีหลากหลายประเภทให้คุณได้เลือกซื้อและแต่ละประเภทนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันเองว่าจะเลือกซื้อรูปแบบประกันโควิด ประเภทไหนที่จะตอบโจทย์การใช้งานและช่วยทำให้ผู้เอาประกันสบายใจมากขึ้นหลังจากเลือกซื้อรูปแบบความคุ้มครองประกันเหล่านี้แล้ว
  • ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การเสียชีวิตจากโรค covid ยังคงมีอยู่สูงมากดังนั้นหากคุณมีประกันโควิดติดตัวไว้ค่าชดเชยความเสียหายต่างๆถ้าเกิดเสียชีวิตจากโรค covid คุณจะได้รับการชดเชยทำให้คนที่คุณรักจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆมากจนเกินไปเขาจะได้เงินชดเชยจากรูปแบบประกันโควิดที่คุณได้เลือกซื้อไว้

นี่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่คุณเลือกควรเลือกซื้อประกันโควิด ติดไว้หากคุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับรูปแบบประกันโควิด แต่ละประเภทสามารถเข้ามาดูได้ที่หน้าเว็บดูใจของเราเพื่อที่จะช่วยทำให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อความคุ้มครองเหล่านี้ได้ง่ายมากขึ้นรวมถึงทำให้คุณตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อประกันโควิด ให้กับตัวเอง 

กระเป๋า MCM

MCM ย่อมาจาก Mode Creation Munich แบรนด์เครื่องหนังและกระเป๋าเดินทางสุดหรู ก่อตั้งขึ้นเมื่อง ค.ศ.1976 ณ กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดย Michael Cromer Munchen เอกลัษณ์ที่ทำให้หลายคนจดจำแบรนด์นี้ได้ติดต่อคือ ลวดลายโมโนแกรม Visetos ลายที่ว่านี้เป็นงานดีไซน์ที่ผสมผสาน 3 องค์ประกอบเข้าด้วยกัน หนึ่งคือตัวย่อชื่อแบรนด์ (MCM) สองคือรูปทรงเหลี่ยมเพชร ซึ่งนำมาจากลายธงชาติรัฐบาวาเรียและสามคือลอเรล สัญลักษณ์ของความสำเร็จและความภูมิฐาน อีกหนึ่งภาพจำก็คือเครื่องหนังโทนสีน้ำตาลหรือเรียกกกันว่า Cognac Visetos

วิธีการดูว่าเป็นกระเป๋าแบรนด์ MCM แท้หรือไม่


1. เนื้อและสีของกระเป๋าหนังแท้ กระเป๋าของ MCM จะคัดเลือกหนังคุณภาพมาผ่านกระบวนการที่ หลากหลาย เพื่อผลิตกระเป๋าที่มีคุณภาพดีที่สุด การเลือกกระเป๋ษจึงควรลองสัมผัสหนังของกระเป๋า MCM ก่อน หนังจะมีความยับแต่คงรูป และสีสันไม่ฉูดฉาดจนเกินไป สีซิกเนเจอร์จะเป็นสีคอนยัค หากเลือกซื้อกระเป๋าสีคอนยัคจะต้องดูสีที่คล้ายกับแบบไม่ผิดเพี้ยน เพราะสีนี้เป็นสีซิกเนเจอร์ของ MCM
2. ป้ายโลโก้ที่ประทับบนกระเป๋า
โลโก้หรือตราสัญลักษณ์ของแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นตัว แสดงถึงที่มาของกระเป๋ษ และเป็นสิ่งที่เพิ่มมูลค้าให้กระเป๋าด้วย มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าโลโก้ของ MCM บริเวณที่เป็นใบลอเรล ฝั่งหนึ่งจะมี 9 ใบ ขณะที่อีกฝั่งจะมี 8 ใบ ซึ่งสามารถใช้วิธีตรวจสอบได้ แต่ต้อง ดูองค์ประกอบอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งการรับซื้อกระเป๋า MCM มือสอง ต้องดูข้อนี้ให้ดีและรอบคอบ
3. งานเย็บและงานสกรีน
การตัดเย็บของ MCM จะมีความประณีตสูง การสกรีนลายลงบนกระเป๋า จะเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว โดยลายที่ใช้บนกระเป๋าจะเป็นลาย Visetos Monogram ซึ่งเป็นลายที่มี 3 องค์ประกอบ คือ โลโก้ MCM, เพชรสัญลักษณ์แคว้นบาวาเรียในเยอรมัน และใบลอเรล สัญลักษณ์ ของชัยชนะ  ตำแหน่งของลายจะมีความห่างสม่ำเสมอ


กระเป๋า MCM ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า MCM มือหนึ่งหรือมือสอง หรือจะเป็นการรับซื้อกระเป๋า MCM มือสองก็ตาม จำเป็นต้องรู้วิธีการดูว่าเป็นของแท้หรือไม่ เพื่อไม่ให้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงได้และเพื่อที่จะได้กระเป๋าMCM แท้แน่นอน ซึ่ง 3 ข้อที่ได้กล่าวมานั้น เป็นเพียงข้อสังเกตเล็กๆที่ต้องดู แต่ยังมีอีกหลายข้อที่จำเป็น

หลายเรื่องต้องรู้ในการเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ให้ได้คุณภาพและความคุ้มค่า

อุปกรณ์และชิ้นส่วนของรถยนต์ที่ถือว่ามีความสำคัญไม่ได้ด้อยกว่าเครื่องยนต์ของรถเลยก็คือ แบตเตอรี่รถยนต์ โดยมากแล้วผู้ขับขี่หลาย ๆ ท่านอาจใช้เวลาไปกับการเลือกซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถ อย่างเช่นการเลือกซื้อ ประกันภัย รถยนต์ที่ใช่ ใช้เวลากับการเลือกอุปกรณ์แต่งรถ ขัดสีต่าง ๆ จนลืมไปว่าการเลือกซื้อองค์ประกอบของรถที่ทำให้รถสตาร์ทได้ขับเคลื่อนได้ก็สำคัญ

แบตเตอรี่รถยนต์นั้นถือเป็นอุปกรณ์เริ่มต้นเกี่ยวกับการสตาร์ทและระบบไฟในรถเลยทีเดียว จึงมองข้ามไม่ได้ การเลือกซื้อเลือกใช้จึงต้องให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่น ๆ ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำการเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ให้ได้คุณภาพตรงกับความต้องการ และให้ได้ความคุ้มค่ามากที่สุด มาดูกันเลยว่ามีวิธีการเลือกอย่างไรบ้าง

1.แบตเตอรี่มีแบรนด์ ช่วยให้วางใจได้เสมอ

สินค้าบางชนิดไม่จำเป็นต้องใช้ของมีแบรนด์ก็ได้ แต่สำหรับเรื่องของรถยนต์แล้วจะคิดเช่นนั้นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกันภัยรถยนต์ ซื้ออะไหล่หรืออุปกรณ์ติดตั้งในรถยนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของแบตเตอรี่จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้สินค้าที่มีแบรนด์ที่คุณรู้จักหรือมีชื่อเสียงอยู่ในท้องตลาด

สาเหตุที่คุณควรเลือกแบตเตอรี่แบรนด์ชั้นนำก็เพราะว่า แบรนด์เหล่านี้มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย แบรนด์เหล่านี้ต้องพยายามรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ จึงต้องส่งสินค้าที่มีมาตรฐานไว้วางใจได้ออกมาวางจำหน่ายเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้เราได้สินค้าที่มีคุณภาพที่มั่นใจได้เสมอ

2.เลือกให้ถูกประเภท

แบตเตอรี่รถยนต์นั้นมีทั้งแบบแห้งและแบบที่ต้องเติมน้ำกลั่น ซึ่งคุณก็จะต้องรู้ด้วยว่ารถคุณเหมาะสมกับแบตเตอรี่แบบไหน ง่ายที่สุดก็ให้ซื้อตามแบตเตอรี่ลูกเดิมที่มาพร้อมกับรถ หรือถ้าอยากจะเปลี่ยนแบบใหม่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า คุณมีเวลาในการดูแลรถแค่ไหน

หากว่าปกติแล้วคุณไม่ค่อยมีเวลาดูแลรถสักเท่าไหร่ ก็แนะนำว่าให้เลือกแบตเตอรี่แบบไม่ต้องเติมน้ำกลั่นจะตอบโจทย์กว่า แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ ราคาของแบตเตอรี่แบบแห้งนี้จะสูงกว่าแบบเติมน้ำกลั่น ส่วนใครที่มีเวลาดูแลรถอยู่เสมอ จะลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงด้วยการเลือกแบบเติมน้ำกลั่นมาใช้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่ารถคุณเหมาะสมกับการใช้แบบไหน เลือกให้เหมาะกับรถของเราจะดีที่สุด

3.อย่าเลือกแบตเตอรี่ค้างสต็อก

แบตเตอรี่เก่าค้างสต็อกนั้น มีโอกาสมากที่ระบบภายในจะเริ่มเสื่อมสภาพ ดังนั้นเวลาไปเลือกซื้อก็ให้ดูวันที่และปีที่ผลิต เลือกให้ใหม่ล่าสุดเข้าไว้จะดีที่สุด

4.เลือกขนาดแอมแปร์ให้ตรงกับรถ

จุดนี้เป็นส่วนที่สำคัญมาก แนะนำว่าให้เลือกซื้อแบตเตอรี่ขนาดเดียวกันกับแบตเตอรี่ลูกเดิมที่มากับตัวรถจะดีที่สุด แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เพราะรถมีการปรับแต่งมาต้องใช้กำลังไฟมากขึ้นก็สามารถทำได้ โดยมีหลักพิจารณาคร่าว ๆ ดังนี้

          รถญี่ปุ่น

  • เครื่องยนต์ขนาด 1300-1800cc แบตเตอรี่ที่เหมาะจะอยู่ที่ 45 – 60 แอมป์
  • เครื่องยนต์ขนาด 2000-3000cc แบตเตอรี่ที่เหมาะจะอยู่ที่ 60 – 75 แอมป์

รถยุโรป

  • เครื่องยนต์ขนาด 2000-3000cc แบตเตอรี่ที่เหมาะจะอยู่ที่ 75 แอมป์ (แบบขั้วจม)
  • เครื่องยนต์ขนาด 2800cc-4000cc แบตเตอรี่ที่เหมาะจะอยู่ที่ 100 แอมป์ (แบบขั้วจม)

รถกระบะ

  • เครื่องยนต์ขนาด 2000-3000cc แบตเตอรี่ที่เหมาะจะอยู่ที่ 70 – 90 แอมป์

เหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณควรจะต้องรู้ไว้เวลาที่จะเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ ถ้าพิจารณาในสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้คุณเลือกแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพได้ และได้สินค้าที่มีความคุ้มค่ามากที่สุดกลับมา อีกสิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องมีไว้เคียงคู่การเดินทางด้วยก็คือ การซื้อประกันภัยรถยนต์ไว้แนบเคียงกับรถยนต์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณเบาใจได้มากเวลาขับขี่เดินทางนั่นเอง

ข้อควรระวังของ “บริษัทให้บริการทำความสะอานที่” ที่เราต้องจับตามอง

“บริษัทให้บริการทำคว่ามสะอาดสถานที่”  เป็นอีกหนึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกิดขึ้นบนโลกเราเพื่อให้เหล่าคนที่ไม่มีเวลาได้ใช้บริการ แน่นอนว่าถือเป็นอีกหนึ่งงานบริการที่มีคนใช้บริการมากมายเลยทีเดียว และเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีรายได้สูงด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่างานนี้จะไม่มีข้อเสียนะครับทุกงานก็มีข้อเสียในทุก ๆ งาน แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่ต้องระวังกับ “บริษัทให้บริการทำความสะอาดสถานที่”

1.ลักทรัพย์

            แนน่นอนว่าการที่เราให้คนที่เราไม่รู้จักรูปหน้าคร่าตา ย่างกรายเข้ามาเข้ามาในบ้านเราเราจะต้องไว้ใจเขาระดับหนึ่งหรือเพราะบางทีอาจจะเพราะเราเลือกเขาจากบริษัทก็ได้ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป้นคนดีนะครับ มีข่าวให้เห็นเยอะแยะถึงพนักงานทำความสะอาดลักทรัพย์ ผู้ว่าจ้างดังนั้นทางที่ดีในการเลือกใช้บริการ “บริษัทให้บริการทำความสะอาดสถานที่” เราควรคอยดูเหล่าพนักงานที่เข้ามาทำความสะอาดให้ดี ๆ นะครับ

2.มิจฉาชีพ

            ละจากโจรไปเรามาลองดูเหล่ามิจฉาชีพบ้างก็ได้นะครับ โดยบางทีพนักงานที่เราเลือกเขาเข้ามาให้ทำความสะอาดบ้านเรา บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเขามีนิสัยใจคออย่างไร อาจจะเป้นโจรโรคจิตมาก่อน หรือ อาจจะเป็นอะไรมาก่อนเราก็ไม่อาจจะรู้ได้ดังนั้น้เราควรเลือกเซฟตัวเองไว้ก็ดีนะครับ ในกรณีที่เราจำเป็นต้องอยู่กับพนกงานทความสะอาดสองต่อสองก็ควรหาไรมาไว้ป้องกันตัวไว้นะครับ

3.อารมณ์ของพนักงานทำความสะอาด

            อันนี้สมมุติเหตุการณ์เล่น ๆ กันดีกว่า สมมุติว่า ผู้ว่าจ้างนั้นยังไม่พอใจในการทำความมสะอาด และมีชี้นิ้วสั่ง “ทางนู้นที ทางนี้หน่อย” ถ้ามันไม่เยอะเกินไปก็อาจจะไม่ยังไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าหากว่ามันมากเกินไปละครับ ? พนักงานทำความสะอาดที่เราจ้างมาอาจจะกลายร่างเป็นคนที่ทำร่างกายเราก็ได้นะครับ เพราะแต่ละคนขีดจำดัดไม่เท่ากันน และแต่ละคนอาจจะไม่เหมาะกับงานบริการดังนั้นเราควรระวังเรื่องคำพูดของเราด้วยเช่นกันเปลี่ยนจากชี้นิ่วสั่งเป็นขอร้องให้เขาทำ อาจจะดีกว่าก็ได้นะครับ

                ดังนั้นหากท่านเลือก “บริษัทให้บริการทำความสะอาดสถานที่” เราอาจจะต้องระวังตัวในบบางกรณีบ้าง เพราะบางทีเราไม่รู้ว่าคนที่บริษัทนั้นเลือกมาให้บริการเรานั้นมีนิสัยใจคออย่างไร ทางที่ดีเราควรเลือกความปลอดภัยให้กับตัวเราไว้ก่อนดีกว่านะครับ

ข้อดี ข้อเสียของที่นอนแต่ละชนิด ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ

เพราะการนอนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ที่จะขาดหรือว่าองข้ามไม่ได้เลย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ เราจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราหลายอย่างเลย อย่างเช่นอาการเบลอ อาการสับสนมึนงง ฉะนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับการนอนของเรา ให้ดีที่สุด สิ่งที่จะช่วยให้การนอนของเรา สบายและมีความสุขมากขึ้นนั่นก็คือ การเลือกที่นอน นั่นเอง

ปัจจุบันก็มีที่นอนหลายชนิดที่คนให้ความสนใจกันมากที่สุด และขาย กันเยอะมากที่สุด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันไป ตามวัสดุที่เลือกใช้ และราคาก็แตกต่างด้วย ลองมาดูว่ามีที่นอนชนิดไหนบ้าง

-ที่นอนสปริง เป็นที่นอนที่ขายกันเยอะมากที่สุด และได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะวัสดุหาง่ายไม่ ความแตกต่างของที่นอนสปริงแต่ละชนิดก็คือ ขนาดเกรียวของสปริง และจำนวนสปริงที่แต่ละยี่ห้อเลือกใช้ จะให้สัมผัสของการนอนที่แตกต่างกัน ข้อดีคือมีน้ำหนักเบาและเคลื่อนย้ายง่าย ถ้าจะเลือกซื้อที่นอนสปริงนั้น ให้เลือกชนิดที่ไม่แข็งหรือว่าไม่อ่อนจนเกินไป เพื่อให้รองรับน้ำหนักได้พอดี

-ที่นอนยางพารา เป็นที่นอน ที่เหมาะกับคนรักสุขภาพอย่างยิ่ง เพราะทนทาน และสามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างดี โดยที่ไม่เสียทรง เป็นที่นอนที่มีอายุการใช้งานเป็น 10 ปีขึ้นไป โดยที่ไม่ต้องการบำรุงรักษาบ่อยๆ เหมือนกับที่นอนชนิดอื่น แต่ข้อเสียคือมีราคาแพง และมีน้ำหนักมากหน่อยหากเลือกชนิดที่มีขนาดใหญ่ แต่ถ้าอยากจะได้สัมผัสการนอนที่ดีกว่า ที่นอนยางพาราคือคำตอบที่ดีที่สุด

-ที่นอนใยมะพร้าว เป็นที่นอนที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ และไม่ค่อยนิยมขายกันเยอะ วัสดุที่เอามาใช้ทำก็ทำมาจากใยมะพร้าวนั่นเอง สามารถรองรับน้ำหนักได้ และก็ไม่เจ็บปวดตามร่างกาย แต่ก็มีข้อเสียคือมีน้ำหนักมาก และที่นอนเสียรูปง่าย และเมื่อเสียรูปเป็นแอ่งไปแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนใหม่อย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานต่อไปได้ และยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และฝุ่นต่างๆด้วย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้

-ที่นอนฟองน้ำ เป็นที่นอนที่ได้รับความนิยมกันเยอะ โดยเฉพาะตามอพาร์ทเม้นต์หรือว่าห้องเช่า มักจะใช่ที่นอนฟองน้ำเป็นส่วนใหญ่ เพราะขาย ราคาไม่แพง สามารถหาซื้อได้ง่าย ข้อดีคือมีความนุ่ม น้ำหนักไม่มาก สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย แต่ข้อเสียก็คือเสียทรงง่ายมาก ยิ่งคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ เพียงไม่กี่ปีที่นอนก็เริ่มยุบเป็นแอ่ง จนนอนไม่สบายเหมือนเดิมแล้ว และถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ต้องเปลี่ยนอย่างเดียวเท่านั้น

และที่สำคัญอีกอย่างคืนมักเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หากว่ามีฝุ่นหรือว่าสิ่งสกปรกเข้าไปในฟองน้ำได้ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ และทางเดินหายใจได้

ทั้งหมดนี้เป็นที่นอน ที่คนเลือกซื้อกันเยอะมากที่สุด และขาย กันตามท้องตลาดทั่วไปเยอะมากว่าที่นอนชนิดอื่น ลองดูว่าเราเหมาะกับที่นอนแบบไหน ก็เลือกแบบนั้น ชนิดไหนที่คิดว่าเรานอนสบายที่สุด และไม่มีผลข้างเคียง ก็เลือกชนิดนั้นเลย

ดูดวงรายเดือน 12 ราศี … กรกฎาคมนี้ ดวงใครแป้ก ดวงใครปัง

เรื่องโชค เรื่องลาภ ต้องบอกว่าใคร ๆ ก็อยากมีทั้งนั้น และสำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของครึ่งปีหลัง เรื่องการงาน การเงิน สุขภาพ และความรัก ราศีใดจะแป้กและราศีใดจะปัง ลองมาติดตามดูดวงรายเดือน ของคนทั้ง 12 ราศีกันเลย

ราศีเมษ (13 เม.ย. – 13 พ.ค.)

เริ่มต้นเรื่องงานที่ต้องบอกว่าอาจปวดหัวสักนิด โดยเฉพาะงานขาย ปัญหาหลักคือการจัดการใบสั่งซื้อ แต่ถ้าใครมองหางานใหม่ มีเกณฑ์ได้โยกย้ายและก้าวหน้า มั่นคง ด้านการเงินก็มีรายจ่ายรออยู่ไม่น้อย ควรพิจารณาให้ดี ส่วนใหญ่หนักไปที่ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายลูก ส่วนของใช้ที่ใกล้พังแล้ว เช่น อะไหล่รถยนต์ ให้รีบซ่อมก่อนจะพังมากยิ่งขึ้น

เรื่องความรักสำหรับคนโสดมีโอกาสรู้จักคนใหม่ผ่านแอปพลิเคชันหรือการแนะนำจากคนรู้จัก ส่วนคนมีคู่ช่วงนี้ก็เรื่อย ๆ เข้าอกเข้าใจกัน ส่วนสุขภาพให้ระวังอาการวิงเวียนและโรคข้อต่อ

ราศีพฤษภ (14 พ.ค. – 13 มิ.ย.)

แม้รายได้หลักจะมาจากงานประจำหรือการขายของออนไลน์ แต่ชาวราศีนี้อาจมีลาภลอยจากการเป็นนายหน้า ใครที่ทำงานเกี่ยวกับวงการบันเทิงจะมีรายได้ดี ส่วนปัญหาด้านการงานจะเกี่ยวข้องกับบริวารที่อาจมีเรื่องให้ช่วยแก้ แต่ถ้าทำงานสายราชการหรือติดต่อกับต่างประเทศจะราบรื่นเป็นพิเศษ

คนมีคู่ที่กำลังมองหาฤกษ์งามยามดี แน่นอนว่าช่วงนี้ผู้ใหญ่จะให้การสนับสนุน ด้านคนโสดแม้จะมีคนเข้ามาแต่ก็ให้ระมัดระวังคนมีเจ้าของ ที่สำคัญอย่าลืมรักษาสุขภาพ และระวังเป็นพิเศษเรื่องเกี่ยวกับปอด สายตา รวมถึงการผ่าตัดกะทันหัน

 ราศีเมถุน (14 มิ.ย. – 14 ก.ค.)

ชาวราศีเมถุนมีเกณฑ์เงินปัง เพราะทำงานหาเงินเข้ากระเป๋าจนล้น แต่หาได้มากก็อาจใช้จ่ายมาก เพราะฉะนั้นระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเงินและควรแบ่งเงินทำบุญ ด้านการงานได้รับอิทธิพลของราหู การเซ็นเอกสารหรือตัดสินใจต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

การงานที่เคร่งเครียดอาจส่งผลให้ต้องเหินห่างกับคนรักจนเกิดความระแวง แต่ถึงอย่างนั้นก็ปรับความเข้าใจกันได้ ในขณะที่คนโสดมีเกณฑ์พบรักคนใกล้ตัวที่แม้อายุห่างไปบ้างแต่ก็ไร้ปัญหา ด้านสุขภาพให้ระมัดระวังโรคกรดไหลย้อน โรคหลอดลมอักเสบ และผู้สูงอายุควรระมัดระวังเรื่องข้อเข่า

ราศีกรกฎ (15 ก.ค. – 16 ส.ค.)

ระยะนี้เผชิญงานหนักจนกินเวลาส่วนตัว แนะนำให้แบ่งเวลาไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เพื่อจะได้รับความช่วยเหลือกลับมา นอกจากนี้ยังมีดวงแป้กเรื่องการเงิน ผลจากการใช้จ่ายแบบไม่ทันคิด ทำให้เงินขาดมือ ดังนั้น ควรวางแผนให้ดี งดใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายในช่วงนี้

ด้านความรัก บางครอบครัวอาจทะเลาะกันถึงขั้นแตกหัก ในขณะที่บางครอบครัวได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่เป็นอย่างดี สำหรับคนโสดก็เป็นช่วงเวลาดี ๆ ในการเจอคนใหม่จากการเดินทางต่างแดนหรือพบปะคนต่างชาติ เรื่องสุขภาพมีเกณฑ์ผ่าตัด ให้ระมัดระวังการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าหรือกระดูกทับเส้น

ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

เรื่องงานสามารถจัดการผ่านพ้นไปด้วยดี โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานฝ่ายการเงินหรือธุรกิจส่งออก ผู้ที่มองหางานมีโอกาสได้งานใกล้เคียงงานเดิม แต่มีโอกาสก้าวหน้าพอสมควร การเงินมีความมั่นคง และมีโชคลาภจากการเสี่ยงดวงกับคนใกล้ตัวหรือจากเลขทะเบียนรถ

ด้านความรักก็น่าอิจฉาเพราะมีโอกาสได้พบรักแบบพรหมลิขิต ใครที่มีแฟนแล้วและกำลังมีการวางแผนเลือกที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ก็ให้ช่วย ๆ กันตัดสินใจ ส่วนใครที่มีปัญหาด้านสายตา เบาหวาน หรือโรคภูมิแพ้ หมั่นดูแลสุขภาพและตรวจร่างกายอยู่เสมอ

ราศีกันย์ (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

ปริมาณงานที่มากขึ้นจะทำให้ต้องใช้ความอดทนมากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ก็เป็นโอกาสดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นด้านการเงินจะดีขึ้นตามเนื้องาน นอกจากนี้จะมีโชคลาภจากการเล่มเกมที่ต้องลุ้นยกใหญ่

สำหรับเรื่องความรัก คนมีคู่ไม่ควรใช้อารมณ์แก้ปัญหา เพราะอาจทำให้เกิดความแตกหัก ควรค่อย ๆ ปรับความเข้าใจ คนโสดมีเกณฑ์ได้พบคนอายุมากกว่าหรือรุ่นพี่ที่ทำงานที่มีแนวโน้มว่าจะสานสัมพันธ์ได้อย่างสวยงาม

ราศีตุลย์ (17 ต.ค. – 15 พ.ย.)

ชาวราศีตุลย์ดวงแป้กเรื่องการเงิน เนื่องจากเงินขาดมือ ขาดสภาพคล่อง ช่วงนี้ห้ามค้ำประกันโดยเด็ดขาด เช่นเดียวกับการงานที่มีปัญหาให้หนักใจ โดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมงาน แต่ถึงอย่างไรช่วงปลายเดือนก็มีโอกาสได้ปรับตำแหน่งและเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ด้านสุขภาพเป็นช่วงที่ต้องระวังการสะดุดล้มหรือโรคเกี่ยวกับสายตา ส่วนเรื่องความรักระวังเรื่องการหึงหวงจนอาจเกิดปากเสียงและทำให้เรื่องราวบานปลาย สำหรับคนโสดส่อเค้ารักเก่าหวนกลับมาและมีเกณฑ์ที่จะคบยาวมากยิ่งขึ้น

ราศีพิจิก (16 พ.ย. – 15 ธ.ค.)

ดูดวงรายเดือนชาวพิจิก การเงินค่อนข้างลงตัว มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แม้จะมีค่าใช้จ่ายเยอะ เรียกได้ว่าเป็นช่วงดวงปังด้านการเงิน ส่วนเรื่องงาน การปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องปรับตัวเยอะ ควรหาเวลาคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้ใหญ่เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี

เรื่องความรัก การห่างเหินของอีกฝ่ายแม้จะทำให้หวาดระแวงแต่แท้จริงแล้วสาเหตุมาจากการทำงานซึ่งควรหาเวลาเติมความหวานและทำความเข้าใจกัน ด้านสุขภาพ ผู้มีโรคประจำตัวควรระมัดระวังว่าอาการจะกำเริบกะทันหัน

ราศีธนู (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

ผลกระทบจากราหูทำให้การเงินและโชคลาภอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนัก อาจเกิดรายจ่ายแบบไม่ทันตั้งตัว ด้านการงานก็ไม่ได้ดังหวัง อาจถึงขั้นมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงาน ดังนั้น ควรใจเย็นและมีสติให้มากในช่วงนี้

ด้านความรัก คนมีคู่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และมีโอกาสเป็นเจ้าของเรือนหอ คนโสดหากได้พบรักก็ยังไม่ราบรื่นและคบหาระยะสั้น สำหรับสุขภาพยังไม่มีอะไรน่าห่วง ยกเว้นคนที่เป็นโรคกระดูกเสื่อมและกรดไหลย้อน

ราศีมังกร (14 ม.ค. – 12 ก.พ.)

อีกหนี่งราศีที่ดวงดีด้านการเงิน มีทั้งโชคลาภเงินทอง ถึงแม้จะมีรายจ่ายจำนวนมาก แต่ก็สามารถจัดการได้ ตรงกันข้ามกับเรื่องงานที่ค่อนข้างหนัก มีปัญหาเรื่องคู่แข่ง แนะนำให้เข้าหาผู้ใหญ่เข้าไว้

เรื่องความรักมีความเข้าใจกันเป็นอย่างดี มีโอกาสได้เริ่มต้นครอบครัวใหม่ ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน สำหรับสุขภาพให้ระมัดระวังโรคลำไส้อักเสบหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 13 มี.ค.)

เริ่มต้นด้วยเรื่องงานที่แสนวุ่นวายเนื่องจากต้องปรับตัวกับอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ในอนาคตมีทิศทางการทำงานที่ราบรื่น ในขณะที่ดวงด้านการเงินไม่โดดเด่น ควรงดการเสี่ยงโชค และระวังเอกสารการเงิน

สำหรับเรื่องความรักของคนมีคู่ มีโอกาสที่จะได้วางอนาคตร่วมกัน แต่บางคู่อาจมีเรื่องมือที่ 3 เข้ามาสร้างรอยร้าว และสำหรับคนโสด ช่วงนี้อาจไม่ใช่ช่วงดวงปังของคุณสักเท่าไหร่ ให้อยู่โสด ๆ ไปก่อนจะดี

ราศีมีน (14 มี.ค. – 12 เม.ย.)

ชาวราศีนี้เรื่องงานยังคงน่าปวดหัว ต้องเหนื่อยล้าตลอดทั้งเดือน แต่ถึงอย่างนั้นความสำเร็จรออยู่ไม่ไกล ดังนั้น ตั้งใจทำงานเข้าไว้เพื่ออนาคตที่ราบรื่น สำหรับการเงินพบว่ามีรายจ่ายเข้ามาเป็นระยะ อย่าลืมวางแผนการเงินอย่างรัดกุม

สำหรับเรื่องความรัก คนมีคู่จะเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายมีคนใหม่ แต่สำหรับคนโสดมีเกณฑ์สมหวังเพราะมีคนแนะนำให้รู้จักเพื่อนต่างเพศ แต่ควรพิจารณาให้ดีเพราะอาจคบได้ไม่ยาวนัก เรื่องสุขภาพให้ระวังอุบัติเหตุ อาการปวดเอว และโรคทางสมอง

             หลังจากดูดวงรายเดือนของทั้ง 12 ราศีไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีแนวทางในการใช้ชีวิต แต่ไม่ว่าจะราศีไหนก็ตาม อย่าลืมว่าต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท มีสติ และไตร่ตรองทุกสถานการณ์ในชีวิตอย่างรอบคอบอยู่เสมอ

ชอปปิงกับ Shopee ในแคมเปญใน  9.9 แคมเปญใหญ่เอาใจนักชอปแบบจัดหนักจัดเต็ม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/99